สวัสดีค่ะทุกๆ คน

       หลังจากเหตุการณ์วุ่นๆ วายๆ ของบ้านเมืองเราผ่านพ้นไป (แต่ยังไม่เรียบร้อย) ต้องขอบอกว่าเจ็บปวดใจจริงๆ ยิ่งดูข่าวด้วยแล้ว ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะทำร้ายกันได้ถึงเพียงนี้ เพียงเพื่อสนองตอบความคึกคนอง กะ ความเห็นแก่ตัวเท่านั้น กลับสร้างความหายนะให้เกิดขึ้นกับผู้คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ถึงขนาดนี้....

 

       เหตุการณ์ครั้งนี้ ลบภาพสยามเมืองยิ้มของเราไปได้อย่างสิ้นเชิง คำว่าคนไทย อภัยให้กันได้เสมอไม่สามารถใช้ได้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้เลย อย่างที่ทุกๆคนคงจะได้เห็นภาพที่ปรากฏต่อสายตาผ่านสื่อทุกสื่อแล้วนั้น ถ้าหากคุณใช้วิจารณญาณดูให้ดีๆแล้วก็จะรู้ว่าความเลวร้ายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเพราะความเห็นแก่ตัวของคนเพียงกลุ่มเดียวจริงๆ ทุบทำลาย ขโมยข้าวของ ยังไม่พอ ยังจุดไฟเผาอีก จิตรใจมันทำด้วยอะไรกัน...สารเลวจริงๆ ความเจ็บปวดครั้งนี้คงฝั่งรากลึกลงในใจผู้คนบนผืนแผ่นดินไทยนี้อย่างไม่มีวันลบเลือน....

 

      

 

       คำพูดของพี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ในครั้งนี้ ต้องบอกว่า "โดนใจมากกกกกกกกก" นี่แหละคือสิ่งที่อยู่ในใจเราและประชาชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดินที่รัก "พ่อ" เหนือยิ่งกว่าสิ่งใด... เมื่อพูดถึงพระองค์ท่านแล้ว...เราขอเล่าย้อนความไปในวันหนึ่ง ในความทรงจำของเรา วันที่เราภาคภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นลูกของ "พ่อ"

       วันนั้นเป็นวันที่สร้างความภาคภูมิใจ และปลื้มปิติกับการที่เราได้รับโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น วันนั้นเราเป็นเพียงเด็กนักเรียนชั้นมัธยมตั้นปีที่ 2 ได้ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านจะเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และปีนั้นเป็นปีสุดท้ายที่พระองค์ท่านจะเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยพระราชทานวโรกาศให้คณะข้าราชการ และนักเรียนนักศึกษาเข้าเฝ้ารับเสด็จได้ วันนั้นเด็กหญิงคนนี้ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้รับโอกาศให้เป็นตัวแทนยุวกาชาดตัวแทนของโรงเรียนเข้าเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่าน เรารู้สึกตื่นเต้นดีใจมากที่ได้รับโอกาสสูงสุดนี้ เพราะไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ขณะที่นั่งรอเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย ณ ด้านข้างรันเวย์ใกล้ๆ กับรถยนตร์พรที่นั่งอยู่นั้น เครื่องบินพระที่นั่งก็ได้ลงแตะพื้นรันเวย์ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก นึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายที่ทำให้ลูกได้มีวันนั้น รอเพียงไม่นาน "พ่อ" ก็ได้เสด็จออกมาจากเครื่องบินพระที่นั่ง พร้อมโบกพระหัตย์ให้กับประชาชนผู้มารอเฝ้ารับเสด็จด้วยพระพักต์ที่ยิ้มแย้ม...เหตุการณ์หลังจากนั้นจะเป็นมาอย่างไรไม่อาจจำได้ มารู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อพระองค์เสด็จมาประทับยืนอยู่เบื้องหน้าของเราแล้ว ภาพนี้เป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำขงเราตลอดมา ไม่เคยลืมเลือน ขณะที่พระองค์ท่านประทับยืนอยู่นั้น อาจารย์ของเราก็ได้ทูลบางสิ่งบางอย่างกับองค์พ่อหลวง ซึ่งเราไม่อาจจำได้อีกเช่นกัน เนื่องด้วยกำลังตกอยู่ในอาการปลื้มปิติอยู่เป็นล้นพ้น พ่อหลวงท่านก็ทรงแย้มสรวล และเอาพระหัตย์วางบนหัวของอาจารย์เรา จากนั้นอาจารย์ก็ก้มลงกราบลงแทบพระบาทของพระองค์ท่าน แล้วพระองค์ท่านก็เสด็จพระราชดำเนินไปประทับยังรถยนตร์พระที่นั่งที่จอดรออยู่และเสด็จไปมหาวิทยาลัยขอนแก่น.... 

         ภาพขอ "พ่อ" ที่ลูกคนนี้มองเห็นนั้น เป็นภาพที่เหนือคำบรรยาย ขณะที่มองพระองค์นั้น เหมือนมีหมอกสีขาวบางเบา รายล้อมอยู่รอบพระวรกาย เป็นภาพที่งามจับตาจับใจ ณ เวลานั้น ก็ได้แต่คิดว่า "พระองค์ท่านช่างสูงส่งนัก เป็นบุญของลูกแล้ว ที่ได้มาเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ ชาตินี้เกิดมาไม่เสียชาติเกิดแน่แล้ว"  ไม่รู้ว่าคุณ คนที่มีโอกาสแบบเรานั้น จะรู้สึกเหมือนกันไหม แต่นี้คือความรัก และความภาคภูมิใจที่เราได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินนี้ เรารัก "พ่อ" เราเทิดทูล "พ่อ" ไม่ว่าใครจะรู้สึกอย่างไร หรือจะว่าอย่างไร เราขอบอกไว้ตรงนี้ว่า เราไม่เคยเสียใจที่เกิดมาเป็น "ลูก" ของพ่อหลวง และดีใจที่เราได้อาศัยอยู่ในบ้านที่อบอุ่นหลังนี้ ไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติ ถ้ามีโอกาศลูกก็อยากเกิดมาเป็นข้ารองบาทของ "พ่อ" ตลอดไป....

 

"ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ"

       

 

I  LOVE  MY  KING !!!

Comment

Comment:

Tweet

พี่ออฟ พูดถูกใจมากครับ

ดูกี่ครั้ง ๆ ก็โดนใจ
Hot! Hot!

#1 By ซ้อซี on 2010-05-22 00:23